ต้นหนวดปลาหมึกแคระ (Dwarf  Umbrella Tree)  เป็นไม้พุ่ม ใบเป็นแฉกสวย ที่คนนิยมนำมาปลูกลงกระถางตั้งในบ้าน

ต้นปลาหมึกแคระ

 

ต้นหนวดปลาหมึกแคระ (Dwarf  Umbrella Tree)  เป็นไม้พุ่ม ใบเป็นแฉกสวย ที่คนนิยมนำมาปลูกลงกระถางตั้งในบ้าน

ต้นหนวดปลาหมึกแคระ (Dwarf  Umbrella Tree)  เป็นไม้พุ่ม ใบเป็นแฉกสวย ที่คนนิยมนำมาปลูกลงกระถางตั้งในบ้าน เพราะมันแสนจะเหมาะเจาะกับคนที่อยากมีสวนในบ้าน ในออฟฟิศหรือคนดูแลต้นไม้ไม่เก่งเท่าไหร่

ไม่ต้องการดูแลอะไรมากนัก ไม่จุกจิก จู้จี้  ไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย ปล่อยเขาไปตามธรรมชาติของเขาเอง และที่สำคัญ  ยังเป็นเครื่องฟอกอากาศธรรมชาติ ช่วยฟอกอาการในอาคาศให้เราอีกด้วยค่ะ

ลักษณะทั่วไป  :  ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 2-3 เมตร (แต่ถ้าปลูกลงดินต้นอาจจะสูงได้มากกว่านี้)   ขนาดทรงพุ่มกว้างไม่เกิน 1 เมตร กิ่งก้านแตกสาขาจนเป็นทรงพุ่มกลม   แต่ถ้าปลูกลงดิน น้ำดี ปุ๋ยถึง ก็มีสิทธิ์สูงได้มากกว่านี้  เพราะฉะนั้นคนที่ปลูกลงดินอาจจะต้องคอยหมั่นตัดเล็มกิ่ง เพื่อรักษาระดับและทรงพุ่มของต้นเอาไว้หน่อยนะค่ะ

ใบและดอก    :  ใบเขียวเป็นมัน   1 ก้านใบจะมีใบย่อยประมาณ 7-10ใบ ใบย่อยรูปรีคล้ายไข่ ปลายใบมน ขอบใบเรียบไม่มีรอยหยักหรือเป็นคลื่น ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้ม เป็นมัน  แล้วยังแยกเป็นต้นหมวดปลาหมึกใบเขียว กับต้นหนวดปลาหมึกใบด่างอีกด้วย   และถึงจะเป็นไม้ที่ขายความสวยด้วยฟอร์มต้นและใบ แต่ก็มีดอกให้เราได้เห็นเช่นกัน ดอกสีชมพู ออกเป็นช่อๆ ที่ปลายกิ่ง  ดอกขนาดเล็ก  ผลของต้นหนวดปลาหมึกแคระ สีดำ แข็ง

การดูแลรักษา  :   จริงๆ แล้ว หนวดปลาหมึกอยู่ได้ตั้งแต่ในร่ม แดดรำไร จนถึงกลางแจ้ง ถ้าคุณตั้งกระถางหรือปลูกลงดินในทิศทางที่มีแดดส่องถึง  ต้นก็จะให้ทรงพุ่มสวย ใบเขียวสด  แต่อย่าไปตั้งไว้ตรงที่แดดจัดเกินไป เช่น บริเวณที่โดนแดดบ่ายเต็มๆ  อาจจะทำให้ใบไหม้ได้ แต่ถ้าไปตั้งไว้ตรงที่ไม่ค่อยเจอแสงแดดหรือโดนแดดน้อยหรือแดดรำไร ต้นเขาก็จะไว้หุ่น สูงชะลูด ใบออกเหลือง และถ้ายิ่งเห็นว่าใบตก ใบห้อย ไม่ตั้งชู แสดงว่าเขาต้องการแสงแดดมากกว่านี้แล้วค่ะ  พื้นที่ตรงนั้นอาจจะไม่เหมาะกับเขา ต้องหาทางขยับขยายออมาตั้งในตำแหน่งที่โดนแดดมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ

 

ต้นหนวดปลาหมึกแคระ (Dwarf  Umbrella Tree)  เป็นไม้พุ่ม ใบเป็นแฉกสวย ที่คนนิยมนำมาปลูกลงกระถางตั้งในบ้าน

ส่วนเรื่องการให้น้ำ นิสัยของหนวดปลาหมึกเป็นไม้ทนแล้ง ไม่ชอบน้ำมากอยู่แล้ว  เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน แต่ขอให้ดูจากสภาพอากาศแต่ละวันจะดีกว่าค่ะ ถ้าอากาศไม่ร้อน ก็ไม่รดทุกวัน ยิ่งปลูกในอาคาร อาจจะเป็นสัก 1-2 วันแล้วค่อยรดน้ำสักครั้งก็ได้ค่ะ    หรืออาศัยสังเกตจากดินโคนต้นดูว่า ดินแห้งมากน้อยแค่ไหนแทนก็ได้  แต่ถ้าใบเริ่มเหี่ยว แสดงว่าเขากำลังขาดน้ำ ให้รดน้ำช่วยค่ะ

เคล็ดลับการรดน้ำ ที่จะไม่ทำให้รากเน่าก็คือ พยายามเลือกเวลารดน้ำเป็นช่วงเช้าๆ เพราะว่าแสงแดดจะช่วยระเหยน้ำในดินได้เร็วกว่าตอนกลางคืน ให้ดินไม่อมน้ำมากเกินไปจน ทำให้รากสำลักน้ำ  ขาดออกซิเจน ส่งผลให้รากเริ่มเน่า

ต้นไม้ขาดอาหารและจะตายในที่สุด และที่เกี่ยวข้องกับกับการรดน้ำก็คือเรื่องของดินปลูก แนะนำให้ปลูกในดินที่มีความร่วน  ระบายน้ำดี แต่เก็บความชื้นได้สูง  การรดน้ำ ไม่จำเป็นต้องรดทุกวัน ดูว่าดินรอบๆ  โคนต้นแห้งหรือ สังเกตจากใบ ถ้าใบเริ่มเหี่ยว แสดงว่าต้นไม้กำลังจะขาดน้ำแล้ว

การนำไปใช้     :   ด้วยความที่เป็นไม้โตช้า ไม่ต้องรดน้ำบ่อย อึด ทน  สามารถเจริญเติบโตได้ในแดดรำไรหรือในที่ร่ม ในอาคาร คนจึงนิยมนำมาปลูกลงกระถางประดับอาคาร
แต่ถ้าต้องการปลูกลงดินโดยตรง

ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกในที่มีแดดรำไร เช่น ริมน้ำตก สระว่ายน้ำ ริมทางเดินหรือริมถนน  ส่วนใหญ่จะปลูกเป็นแถว เป็นแนว  แต่ที่เมืองนอก ฝรั่งเขาจะนิยมเลี้ยงเป็นไม้บอนไซกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *