เจ้าพระยายมราช

เจ้าพระยายมราช ตอน2

 

เจ้าพระยายมราช

 

ในเวลาต่อมาปั้นได้รับเลือกให้เป็นครูประจำชั้นถวายพระอักษรพระองค์เจ้าสำคัญหลายพระองค์ซึ่งเป็นทีพอพระทัยของกรมพระยาดำรงราชานุภาพอย่างมาก ต่อมาสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ

ทรงนำชื่อมหาปั้นไปกราบทูลพระเจ้าอยู่หัวว่าเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดที่จะเดินทางไปอยู่กับพระเจ้าลูกยาเธอที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเห็นชอบด้วยและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ “นายปั้น เปรียญ” เป็น “ขุนวิจิตรวรสาส์น” มีตำแหน่งในกรมอาลักษณ์แผนกครู

จึงทำให้ปั้นได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก ซึ่งพระเจ้าลูกยาเธอทั้ง ๔ พระองค์ที่ขุนวิจิตรวรสาส์นได้ถวายความดูแล คือ 1. พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ (กรมพระจันทบุรีนฤนาท) 2. พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ (กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ) 3. พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม (กรมหลวงปราจีณกิติบดี) และ 4. พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช (กรมหลวงนครชัยศรีวรเดช)

ต่อมา สมเด็จฯ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ ซึ่งทรงเอ็นดูและชมชอบขุนวิจิตรวรสาส์นอยู่แล้ว ได้ทรงสนับสนุนให้โอนมารับราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ โดยทรงกราบบังคมทูลขอให้ขุนวิจิตรวรสาส์นมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการในสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน

และได้เลื่อนขั้นมาเรื่อยๆ จนต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระวิจิตรวรสาส์น  ต่อมา สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนำความขึ้นกราบบังคมทูลขอให้พระวิจิตรวรสาส์นไปรับราชการในกระทรวงมหาดไทย ในตำแหน่งเลขานุการเสนาบดี

ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสหัวเมืองภาคใต้และได้เห็นผลงานการพัฒนาบ้านเมืองของพระวิจิตรวรสาส์นซึ่งประจำการเป็นข้าหลวงพิเศษตรวจการอยู่ที่นั่น จึงทรงพอพระทัยเป็นอย่างมาก

เมื่อเสด็จกลับพระนครจึงโปรดฯให้ประกาศจัดตั้งมณฑลนครศรีธรรมราชขึ้น แล้วพระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนบรรดาศักดิ์ให้เป็นพระยาสุขุมนัยวินิต ให้ดำรงตำแหน่ง “ข้าหลวงเทศาภิบาล” ประจำมลฑลนครศรีธรรมราชด้วย

พระยาสุขุมนัยวินิตปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีจนเป็นที่พอพระทัยเป็นอย่างมาก จนต่อมาได้ไปดำรงตำแหน่งเป็นทั้งเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ และได้เป็นเสนาบดีกระทรวงนครบาลโดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เลื่อนบรรดาศักดิ์ให้เป็น “เจ้าพระยา” ในเวลาต่อมา

ภายหลังพิธีพระบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 เจ้าพระยายมราชจึงได้ขอพระราชทานกราบบังคมลาออกจากราชการเนื่องจากทำงานมาอย่างยาวนานและเข้าสู่วัยชราภาพแล้ว หลังจากออกจากราชการแล้วเจ้าพระยายมราชก็ยังคงทำงานด้านสังคมหรือด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

 

เจ้าพระยายมราช

 

และในภายหลังเมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้แก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยสภาองคมนตรี เจ้าพระยายมราชก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับการเลือกสรรให้เข้าไปทำงานในคณะกรรมการสภาองคมนตรีเพื่อทำหน้าที่ถวายความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการบ้านเมือง

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อรัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ทรงขึ้นครองราชย์ต่อ เนื่องจากยังทรงพระเยาว์และยังไม่บรรลุนิติภาวะ จึงไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินด้วยพระองค์เอง

สภาผู้แทนราษฎรจึงได้แต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขึ้นคณะหนึ่ง ซึ่งเจ้าพระยายมราชก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เช่นกัน

3. ผลงานที่สำคัญในทางการเมือง
นอกจากเคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆในระบบราชการและการดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ตลอดช่วงเวลาของการทำงานในชีวิตราชการของเจ้าพระยายมราชนั้นได้สร้างผลงานสำคัญไว้หลายประการ

ตั้งแต่เป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราชเป็นคนแรกในตำแหน่งพระยาสุขุมนัยพินิต ได้สร้างผลงานในการพัฒนาปรับปรุงระเบียบการปกครองเจ็ดหัวเมืองภาคใต้อย่างยอดเยี่ยม

จนต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ และเสนาบดีกระทรวงนครบาล ตามลำดับ ผลงานของการกลับมารับราชการในส่วนกลางนั้นมีตั้งแต่การเป็นผู้รับผิดชอบในการสร้างประปาพระนคร ไฟฟ้านครหลวง

ผู้อำนวยการสร้างถนนและสะพานหลายแห่ง ร่วมทั้งพระที่นั่งอนันตสมาคมอันงดงาม ในช่วงท้ายของชีวิตเจ้าพระยายมราชได้ล้มป่วยลงด้วยโรคปอดอักเสบ  และอาการทรุดหนักลงจนถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2481 ด้วยอาการสงบ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงทราบข่าวการถึงแก่อสัญกรรมของเจ้าพระยายมราชจึงโปรดเกล้าฯให้ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เสด็จแทนพระองค์ไปพระราชทานน้ำอาบศพ ณ บ้านของเจ้าพระยายมราช และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลาที่ศพเมื่อวันครบสัตมวาร (ทำบุญ 7 วัน) ด้วยพระองค์เอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *