นายทองเหม็น

นายทองเหม็น

 

นายทองเหม็น

 

ประวัตินายทองเหม็น

นายทองเหม็น  ท่านเข้าร่วมในค่ายบางระจันและเป็นอีกท่านหนึ่งที่ร่วมวางแผนในการรบครั้งที่ 4 ท่านทำหน้าที่เป็นปีกขวา

ร่วมกับนายโชติ นายดอก นายทองแก้ว คุมพล 200 คน ไปข้ามคลองบ้านขุนโลก ตีโอบหลังข้าศึก ผลทำให้พม่าแตกพ่าย

และได้ฆ่าทัพพม่าคือ สุรินทร์จอข่อง ครั้งสุดท้ายพม่าทำการรบแต่ในค่ายโดยยิงปืนใหญ่ออกมา

นายทองเหม็นสุดที่จะทนร่วมกับพวกชาวบ้านบางระจันจำนวนหนึ่ง  นายทองเหม็นจึงได้ขี่กระบือเผือกตะลุยฝ่าค่ายพม่า จึงเสียทีถูกพม่าจับฆ่าตาย

นายทองเหม็น ชอบดื่มสุรา เป็นนักรบผู้กล้าหาญและมีฝีมือ เคยได้รับมอบหมายเป็นปีกซ้ายเมื่อคราวที่สุรินทจอข่องยกมาตี

วันหนึ่งเมาสุราขี่กระบือเผือกยกพลเข้าตีค่ายพม่า ปะทะกับพระนายกองและพลรามัญ นายทองเหม็นขับกระบือไล่ถลำ

เข้ากลางทัพ แต่เพียงผู้เดียว พลพม่าแทงฟันนายทองเหม็นไม่เข้า สุดท้ายสู้รบจนสิ้นกำลัง พม่าจับตัวได้และถูกทุบตายในที่รบ

จากนั้นก็พรรณนาถึงเกียรติคุณของวีรชนบ้านบางระจันทีละคน เริ่มตั้งแต่พระอาจารย์ธัมมโชต นายแท่น นายทองเหม็น พันเรือง ขุนสรรค์ นายจันทร์หนวดเขี้ยว นายทองแสงใหญ่ แสดงความคารวะชาวบ้านบางระจันอีกครั้ง

ในฐานะเป็นเพื่อนร่วมชาติ และว่าผู้เขียนยังรู้สึกปลาบปลื้มจนน้ำตาไหลถึงเพียงนี้ หากผู้ที่เป็นลูกหลานวีรชนเหล่านี้จะยิ่งปลาบปลื้มในวีรกรรมเพียงใด

ลงท้ายเรื่องด้วยการแสดงความอิ่มใจที่ได้แต่งเรื่องการต่อสู้ของชาวบ้านบางระจันจนเสร็จสิ้น และอวยพรให้ชาติสยามจงเจริญรุ่งเรือง และขอให้ผลงานเรื่องนี้จงอยู่คู่ชาติสยามตลอดไป

 

ประวัตินายทองเหม็น

 

ทองเหม็น ฯลฯ ไม้ เมืองเดิม ไม่ค่อยให้ปรากฏบทบาท นอกจากนายแท่นถูกปืนพม่า และนายทองเหม็นที่ขี่ควายออกตะลุยรบด้วยความโกรธแค้น ทั้งนี้คงเป็นด้วยเหตุผลที่ว่าเกรงจะมีข้อผิดพลาดในเรื่องถ้อยสนทนาหรือพฤติกรรมที่มิได้บ่งอย่างชัดเจนในพระราชพงศาวดาร

นอกจากนั้นการกำหนดตัวละครขึ้นมาใหม่ยังเปิดโอกาสให้ผู้แต่งใช้จินตนาการได้อย่างอิสระกว่าการใช้ตัวละครที่มีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์

ผู้นำชาวบ้านบางระจัน อย่างเช่น นายแท่น นายทองเหม็น นายจันทร์หนวดเขี้ยว ฯลฯ จึงเป็นเพียงตัวประกอบ

เรื่องราวส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ของทัพและพวกพ้องกับทหารพม่า ภายใต้บริบทการสู้รบระหว่างชาวบ้านบางระจันกับพม่าตามที่ปรากฏใน

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายก่อนที่ไทยจะเสียกรุงครั้งที่ 2 ในแผ่นดินสมเด็จ พระเจ้าเอกทัศน์

เนเมียวสีหบดี แม่ทัพของพม่าได้ยกทัพเข้ามาตั้งค่ายอยู่ที่เมืองวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ได้สั่งให้ทหารพม่า

ออกปล้นทรัพย์สินเงินทองและเสบียงอาหารจากชาวบ้าน หญิงสาวชาวบ้านถูกทหารพม่าข่มเหงรังแก คนไทย

เดือดร้อน และเจ็บแค้นมากจึงชักชวนชาวบ้านให้ต่อสู้กับพม่า มีหัวหน้าคนไทย 6 คน คือ นายแท่น นายโชติ

นายอิน นายเมือง นายดอก นายทองแก้ว ได้ออกอุบายหลอกลวงพม่าไปฆ่าตายหลายครั้ง จากนั้นพากันหลบหนี

ไปหา พระอาจารย์ธรรมโชติ ที่วัดเขาบางนางบวช เมืองสุพรรณบุรี ท่านเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านบางระจัน

ในวิชาอาคมของท่านพระอาจารย์โชติได้แจกผ้าประเจียดลงยันต์คาถาอาคมแก่ชายฉกรรจ์เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

มีชาวบ้านที่กล้าหาญติดตามมาอยู่ด้วยประมาณ 400 คน มีบุคคลสำคัญที่เป็นหัวหน้า เพิ่มขึ้นอีก 5 คน คือ

ขุนสรรค์ นายจันทร์หนวดเขี้ยว นายทองเหม็น นายทองแสงใหญ่และพันเรือง ช่วยกันตั้งค่ายบางระจัน ขึ้นต่อสู้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *