ประวัติพ่อเที่ยง น่วมมานา

ประวัติพ่อเที่ยง น่วมมานา

 

ประวัติพ่อเที่ยง น่วมมานา

 

พ่อเที่ยง น่วมมานา 1ใน4 จตุรเทพ อ.ฆราวาส สายเหนียว ในยุคหลัง 2500

จตุรเทพ อ.ฆราวาส ในยุคหลังสองพันห้าร้อย อาจารย์ทั้งสี่ท่าน จะมีชื่อเสียงมาก หลังปีสองพันห้าร้อย มีลูกศิษย์เป็นหมื่นขึ้น

ศิษย์ของทั้งสี่ท่านนี้ เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปว่า เหนียวจริงของจริง วัตถุมงคลของท่านทั้งสี่ เป็นที่ยอมรับของผู้คน เพราะสมัยนั้นคนไม่ค่อยนิยมของฆราวาส

จะนิยมของแต่หลวงพ่อหลวงปู่ การที่วัตถุมงคลของท่าน สามารถเบียดแทรกขึ้นมาได้ ก็ด้วยประสบการณ์และความขลัง แอดมินจึงมีความภูมิใจที่จะนำเรื่องของท่านทั้งสี่มาเสนอ

๑.อ.ชุม ไชยคีรี เจ้าสำนักกุญแจไสยศาสตร์ ท่านเป็นศิษย์เขาอ้อ เรียนวิชาเขาอ้อจากต้นตระกูล และมาฝากตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์เอียด วัดดอนศาลา เป็นอาจารย์เพียงท่านเดียว ที่พระอาจารย์เอียด

อนุญาตให้ลองของได้ ท่านไม่ได้เป็นอาจารย์สัก แต่ใครได้ลงกระหม่อมด้วยเหล็กจารกับท่าน จะเหนียวยันตลอดชีวิต สัญลักษณ์ของสำนักท่าน คือไม้เท้ากายสิทธิ์ ที่ลูกศิษย์มักจะเหน็บติดตัว

๒.อ.เที่ยง น่วมมานา เจ้าสำนักบ้านมีดี ท่านเรียนวิชาจากหลายสำนัก วิชาที่ขึ้นชื่อของท่านคือ หมูทองแดง บัวคู่ ผ้าเช็ดหน้า ศิษย์สายนี้ถือว่าเหนียวจริง สัญลักษณ์ของสำนักนี้ ท่านจะสักรูปตัวเทาะว์และตัวทอ ที่มือใต้นิ้วโป้ง

๓.อ.เจ็ก สามแยกไฟฉาย ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา ท่านจะไม่สักหมึก แต่จะลงด้วยน้ำมันที่หลัง ถ้าใครได้ลงทั้งเก้าครั้ง จะเหนียวยันกระดูก

สายนี้ถือว่าเป็นสายเหนียวอีกสำนักหนึ่ง สัญลักษณ์ของสำนักนี้ จะเป็นธนูมือ ยุคแรกท่านจะสักเป็นลูกศร แต่ตอนหลังสักเหลือแค่จุดเดียว ตรงที่เดียวกับสายอ.เที่ยง

๔.อ.บุญรอด สุขแสงจันทร์ หรืออ.รอด บางกระปิ ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่ปาน คลองด่าน ในแถวคลองด่านจะเรียกอ.รอดว่า อาจารย์เสือใหญ่

สำนักนี้จะดังมากเรื่องจิ้งจก ว่ากันว่า เสน่ห์แรงนัก แต่เรื่องทางคงก็ถือว่าเหนียวนัก สัญลักษณ์ของสำนักนี้ จะเป็นยันต์นะที่กระเดือก

ลองดีกับใครไม่ลอง มาลองกับปรมาจารย์ใหญ่ได้

ความอวดตัวของคนไม่ใช่มีแต่ฆราวาสเท่านั้น พระสงฆ์องคเจ้าก็ไม่เว้นเหมือนกัน เช่นดังตัวอย่างที่จะเล่าให้ฟัง ถึงความอวดดีของพระ ที่คิดจะดันให้ตัวเองมีชื่อเสียง โดยการทำลายผู้อื่น แต่สุดท้ายแพ้ภัยตัวเอง

 

ประวัติพ่อเที่ยง น่วมมานา

 

สมััยคุณพ่อชุม ไชยคีรี ยังมีชีวิตอยู่ ทางวัดต่างๆ มักมาเชิญท่านไปเป็นเจ้าพิธี ตอนนั้นชื่อเสียงท่านหอมหวลนัก ไปเป็นเจ้าพิธีงานไหน ของจะจำหน่ายดีมาก

คงเพราะชื่อของท่าน เป็นเครื่องการันตีว่า ว่าของนั้นมีพุทธานุภาพ สามารถคุ้มครองบุคคลที่นำไปใช้ได้แน่นอน แต่เมื่อมีชื่อเสียงโด่งดัง ย่อมมีคนอิจฉาคิดทำลาย

ในพิธีพุทธาภิเศกงานหนึ่ง มีพระองค์หนึ่ง ไม่ได้รับนิมนต์มาเสก แต่มาขอเข้าพิธีเสกด้วย ทางกรรมการก็ไม่ยอม จึงเกิดการโต้เถียงกันล้งเล้ง

คุณพ่อชุมได้ยิน จึงเดินไปดู พอเห็นพระองค์นั้นก็ทราบว่าไม่ได้มาดี แต่พอเห็นสีหน้าท้าทายของพระองค์นั้น คุณพ่อชุมจึงจัดให้ บอกกรรมการว่าให้ท่านเข้ามาเสกเถอะ

เมื่อพระองค์นั้นไปนั่งประจำที่แล้ว คุณพ่อชุมได้เข้าไปผูกปมสายสิญน์ด้วยวิชาอาถรรพ์ของสำนัก ก่อนที่จะมาต่อเข้าสายสิญน์พิธี

เมื่อเริ่มพุทธาภิเศก พระองค์นั้นเดินจิตส่งวิชาเพื่อทำลายของในพิธี แต่พลังจิตพระองค์นั้น ส่งไม่ผ่านปมที่คุณพ่อชุมผูกไว้ ผ่านไปประมาณสิบนาที พระองค์นั้นเหงื่อแตกชุ่มไปทั้งตัว แต่ยังไม่ยอมเลิก ยังพยายามจะอัดต่อไป

เวลาผ่านไปอีกประมาณสิบนาที พระองค์นั้นโดนของตัวเองย้อนใส่ตัว กระอักเลือดออกจากปาก และเป็นลมพับไป ต้องเดือดร้อนคนนำไปส่งโรงพยาบาลอีก

พ่อเที่ยง น่วมมานา ก็โดนพระมาลองดีเหมือนกัน เลือกวันมาดีด้วย เอาวันคนเยอะๆวันไหว้ครู มีไหว้ครูอยู่ปีหนึ่ง หลังจากเสร็จพิธีบวงสรวงแล้ว

มีพระองค์หนึ่งเข้ามาสนทนากับพ่อเที่ยง พ่อเที่ยงจึงให้ลูกศิษย์นำน้ำชามาถวาย พระองค์นั้นไม่ยอมฉัน แต่กับเอาฝ่ามือตบแก้วนั้นแตก แล้วถามพ่อเที่ยงว่า”อย่างนี้ท่านทำได้ไหม”

พ่อเที่ยงก็ไม่ว่าอะไร ให้ลูกศิษย์เก็บกวาดเศษแก้วไปทิ้ง และให้นำน้ำชามาถวายใหม่ พระองค์นั้นก็เอาฝ่ามือตบแก้วแตกกระจายอีก และก็ถามคำเดิมว่า”อย่างนี้ท่านทำได้ไหม”

พ่อเที่ยงก็ไม่ว่าอะไร ให้เด็กมาเก็บกวาดไป และให้นำน้ำชามาอีก คราวนี้พ่อเที่ยงถวายเองเลย พร้อมกับพูดว่า”อัปปมาโณ ท่านยั้งไว้ซึ่งความประมาท”

พระองค์นั้นไม่ฟังอีล้าว่าคารม เอามือตบไปดังเปรี้ยง สองครั้งแรกไม่เป็นไร แต่คราวนี้เลือดทะลักถูกแก้วบาดไปหลายแผล เลือดไหลโกรกเลย พ่อเที่ยงจึงให้ลูกศิษย์พาไปเย็บโรงพยาบาลศิริราช

ปรมาจารย์สัก พ่อเที่ยง น่วมมานา

มีคนกล่าวถึงพ่อเที่ยง อยู่มากมาย แต่ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงประวัติท่านนัก ทั้งที่ประวัติท่านเป็นที่น่าสนใจนัก ท่านเรียนไสยศาสตร์ตั้งแต่เป็นเณร หัดลบผงตั้งแต่เด็กๆ

เดินทางไปเรียนไสยศาสตร์ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ท่านเคยเล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า บางครั้งกว่าจะได้วิชาหนึ่ง ต้องไปช่วยครูบาอาจารย์ทำไร่ไถนา กว่าจะได้วิชามา พอดีไปเจอลูกศิษย์ท่าน ลงประวัติเกี่ยวกับครูบาอาจารย์ท่าน จึงขอนำมาลงไว้ในที่นี้

ท่านอาจารย์เที่ยงท่านนี้พูดได้แต่ไทยกลางกับอีสาน มอญบ้างเท่านั้นครับใต้พ่อเที่ยงแกพูดไม่เป็นครับ เป็นลูกศิษย์ปู่ทอง

อาจารย์แดงวัดบัวแก้วอายุ104 ปี อาจารย์ชิต (ฆราวาส)ภายหลังพ่อเที่ยงรับมาอุปการะที่บ้านจนมรณะกรรมไป

เรียนวิชากับท่านอาจารย์แสง บางลำภูตรอกไก่แจ้ เรียนวิชากับหลวงปู่จันทร์วัดนางหนูอาจารย์นิลวัดตึก อาจจารย์แหล่ม อาจารย์ลิปทุมธานี เรียนหมูทองแดงจากอาจารย์ม่องครูพม่า

เรียนกัมฐานจากท่านอาจารย์ชุ่ม วัดอัมรินทร์ เรียนวิชากับพ่อสุ่น พญาไม้ ปู่เทียนวัดโบสถ์ เคยไปพบพ่อเหลือวัดสาวชโงกเรียนอะไรหรือไม่ไม่ทราบแต่พ่อเหลือเคยมอบปลัดตัวครูมาให้ตัวหนึ่งเลื้อยส่ายไปมาขณะพ่อเที่ยงสักให้ลูกศิษย์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *