สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต1

ประวัติสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต

 

สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต1

 

สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่สมเด็จพระปิตุฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี เป็นพระราชโอรสซึ่งมีคุณสมบัติดีเด่นในทุกด้าน

สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทั้งมีพระปรีชาสามารถด้านการศึกษา และพระจริยวัตรปฏิบัติพระองค์งดงาม ซึ่งมาจากหลายปัจจัย พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี และสมเด็จพระยเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์

ปัจจัยสำคัญคือการที่มีพระราชชนนีที่ทรงสนพระทัยและมีความรู้ด้านหนังสือจนโปรดให้ทรงดำรงตำแหน่งราชเลขานุการในพระองค์ หรือที่เรียกันในสมัยนั้นว่า “ไปรเวตสิเกรตารี” ทำให้มีโอกาสใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ทรงทราบถึงพระราชอัธยาศัย

สถานการณ์บ้านเมือง ตลอดจนพระบรมราโชบาย และพระราชวิเทโศบาย ทรงนำสิ่งที่ทรงทราบมาใช้เป็นแนวทางในการอบรมสั่งสอน แนะนำ ทั้งเรื่องการศึกษา การวางพระองค์ และการปฏิบัติพระองค์

จนพระราชโอรสพระองค์นี้ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษา ทรงเป็นทั้งเจ้าฟ้าปัญญาดี และทรงมีทั้งพระวิริยะอุตสาหะจนได้รับคำชมเชยเสมอๆ ดังเช่น ขณะทรงศึกษาพื้นฐานภาษาเยอรมันขณะประทับอยู่ที่อังกฤษ

เจ้าพระยาพระเสร็จสุเรนทราธิบดี พระอภิบาลได้ถวายรายงานว่า ทรงเรียนภาษาเยอรมันที่อังกฤษเพียงเดือนเศษก็เกือบจะรับสั่งโต้ตอบได้ จนอาจารย์ชาวเยอรมันออกปากชมว่า “…ไม่เคยเห็นและไม่เคยสอนเด็กใดที่เรียนรู้ได้เร็วดังนี้เลย…”

และเมื่อเสด็จไปทรงศึกษาวิชาการทหารที่ประเทศเยอรมนี ผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยก็ชมว่า “…ทูลกระหม่อมชายทรงเล่าเรียนดีและรวดเร็วเฉียบแหลมเกินที่จะเปรียบทียบกับเด็กเยอรมันมาก…”

เมื่อสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงสำเร็จการศึกษาก็ยังได้รับคำชมเชยจากพระจักรพรรดิไกเซอร์ดังปรากฏเรื่องนี้ในพระราชหัตถเลขาที่ทรงมีถึงพระราชโอรสพระองค์นี้ว่า “…ด้วยพ่อมีความยินดีนักในการที่เจ้าไล่วิชาได้คำสรรเสริญของเอมเปรอในครั้งนี้

 

สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต1

 

นับว่าเปนทุนวิเศษสำหรับตัวสืบไปภายน่า..” และในพระราชหัตถเลขาที่พระราชทานสมเด็จพระปิจุฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี ความว่า “…เกือบจะรับประกันได้ว่าลูกเราคนนี้ไม่เสียคนเลยเปนอันขาด หลักแหลมมั่นคงมาก ควรจะดีใจได้เปนแท้..”

พระราชดำรัสนี้แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังและมั่นพระราชหฤทัยในความสำเร็จของพระราชโอรสพระองค์นี้ คือ “…แต่เจ้าพึงรู้เถิดว่าพ่อเชื่อในความฉลาดของเจ้ามาก แลเชื่อความรักความนับถือพ่อ ซึ่งได้สังเกตเห็นว่ามีในตัวเจ้ามาก ความไม่พอใจอย่างใด พ่อจึงไม่ได้ปิดบังส้อนเร้นเจ้า…”

และยังปรากฏหลักฐานในพระราชหัตถเลขาหลายฉบับที่แสดงถึงความวางพระราชหฤทัย ทรงปรึกษาและบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ อย่างไม่ปิดบังซ่อนเร้น โดยเฉพาะเรื่องพระสุขภาพพลานามัยซึ่งมิได้เปิดเผยมากนัก

ก็ทรงเล่าให้พระราชโอรสพระองค์นี้ให้ทรงทราบ เช่น ก่อนที่สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต จะเสด็จฯ ไปรักษาพระองค์ที่ยุโรป พ.ศ. 2450 ทรงเล่าว่า “…สังเกตดูมันเพลียใช้ไม่ได้ครึ่งตัว ก่อนเวลาจะตายจึงรีบจดหมายในเวลากำลังรู้สึกเช่นนี้ ให้เปลี่ยนอิริยาบท อาการกลายไปแล้วนึกบอกไม่ถูก…” และ “…ที่จริงพ่อกำลังนี้ไม่สบายในการที่เจ็บยอดอกแต่ก่อน

เดี๋ยวนี้ย้ายสถานมันเปนข้างซ้าย เดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นข้างขวา เสียวปราดๆ อยู่เสมอ แต่สาเหตุนั้นจะเปนด้วยเลือดฝาดอไรไม่บริบูรณ์ อย่างไรก็ตาม เกี่ยวด้วยท้องผูกเหลือเกินนั้นอย่างหนึ่งเปนแน่…” และเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปรักษาพระอาการประชวรและฟื้นฟูพระพลานามัยในทวีปยุโรป

ผลงานดนตรี

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงซอได้ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ต่อมาทรงต่อเพลงกับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ จนมีฝีพระหัตถ์ดีเยี่ยม และทรงต่อเพลงกับเจ้าเทพกัญญา บูรณพิมพ์ เป็นครั้งคราว

พระองค์ทรงเครื่องดนตรีไทยได้หลายชนิด เช่น ฆ้องวงใหญ่ ระนาด ซอ ทั้งยังทรงเปียโนได้ดีอีกด้วย เมื่อพระองค์เสด็จมาประทับที่วังบางขุนพรหม ทรงมีทั้งวงปี่พาทย์และวงเครื่องสายประจำวัง

วงปี่พาทย์นั้นเริ่มแรกทรงใช้วงดนตรีมหาดเล็กเรือนนอก ซึ่งเป็นของตระกูลนิลวงศ์จากอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ต่อมาทรงได้วงดนตรีของหลวงกัลยาณมิตตาวาส (ทับ พาทยโกศล) และจางวางทั่ว พาทยโกศล ซึ่งมีนักดนตรีและนักร้องที่มีชื่อเสียงประจำวง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *