เจสซี่ วาร์ด

เจสซี่ วาร์ด

 

เจสซี่ วาร์ด

 

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ “เจสซี่ วาร์ด” (Jessie Vard) เน็ตไอดอลสุดเซ็กซี่ที่โด่งดังจนฉุดไม่อยู่จากโลกโซเชียล

นางแบบสาวนัยตาน้ำข้าวลูกครึ่งอังกฤษ-ไอซ์แลนด์ แต่หัวใจไทย วัย 20 ปีบริบูรณ์ ที่ก่อนหน้านี้เคยตกเป็นข่าวใหญ่

ช่วยคุณพ่อเรียกร้องความยุติธรรมจากการถูกสถาบันการเงินของไทยยึดบ้านที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี พ.ศ. 2553

ทั้งที่เธอและคุณพ่อมีเอกสารและโฉนดที่ดินครอบครองสิทธิ์อย่างถูกต้อง รวมถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตำรวจไทยในการดำเนินคดี

จากเหตุการณ์โด่งดังในครั้งนั้นทำให้ชื่อของ เจสซี่ เด็กสาวที่ขณะนั้นอายุเพียง 14 ปี ต้องสู้ชีวิต สิ้นเนื้อประดาตัว

ลำบากแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีแม้กระทั่งที่จะซุกหัวนอน เงินจะซื้อข้าวกินก็ไม่มี ต้องทำงานสู้ชีวิตสายตัวแทบขาด

เพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ให้ผ่านพ้นไปได้แบบวันต่อวัน จนกลายเป็นประเด็นดราม่ามากมายเกี่ยวกับเธอบนโลกออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง

วันนี้ เจสซี่ กลับมาอีกครั้ง! กับการประกาศตัวเป็น “นางแบบหวิว” มาพร้อมหุ่นฟิตที่แตกเนื้อสาวดังเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ…พกแตงโมลูกโต

สัดส่วนโค้งเว้ารัญจวนใจ มาขโมยหัวใจหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ให้ได้ร้องซี๊ดดด! แซ่บซะจนเลือดกำเดาพุ่งกระฉูดจนแทบหมดตัว

ในวันสบายๆ แบบนี้ เจสซี่ ได้แบ่งเวลามาพูดคุยกับเราในวันที่งานถ่ายแบบเซ็กซี่รัดตัวชนิดที่แทบจะไม่มีเวลาได้หายใจ

เพื่อมาอัปเดทชีวิตของเธอตลอด 5 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ชีวิตผกผันจนกว่าจะถึงวันนี้แบบหมดเปลือกไม่มีกั๊ก

เปิดฉากชีวิตสุดรันทด เจสซี่ วาร์ด

เจสซี่ เป็นลูกสาวคนที่ 3 ของ โคลิน วาร์ด (Colin Vard) ชายสัญชาติไอซ์แลนด์ เมื่ออายุได้เพียงขวบกว่าๆ เจสซี่ย้ายมาอยู่กับ โคลิน

ผู้เป็นพ่อที่ย้ายรกรากมาลงหลักปักฐานในเมืองไทยด้วยการก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เช่าซื้อ

แลกเปลี่ยน ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งต่อมากลายเป็นธุรกิจใหญ่โต มีหลักทรัพย์และเงินสดไม่ต่ำกว่า 65 ล้านบาท

ชีวิตที่ดูน่าจะสุขสบายกลับต้องพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อเมียน้อย (ซึ่งเป็นหญิงชาวไทย) ของโคลินผู้เป็นพ่อ

ไปกู้เงินนอกระบบจำนวน 6 แสนบาท เพื่อทำธุรกิจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว สุดท้ายสู้ดอกเบี้ยไม่ไหว จึงร่วมมือกับเจ้าหนี้เพื่อปลอมแปลงลายเซ็นต์ “โคลิน” โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นอีกชื่อ

ถึงขนาดบ้านก็ถูกขายไปโดยที่นายโคลินไม่เคยรับรู้ มารู้ตัวอีกทีก็ถูกกลุ่มคนพร้อมอาวุธขับไล่ตนและครอบครัวออกจากบ้านพัก

และโดนหมายศาลตามมา ระบุข้อความว่า “บ้านหลังนี้ขายแล้ว” ร้อนถึง โคลิน ผู้เป็นพ่อ ต้องเสียเงินมากมายจ้างวานทนายความมาเพื่อต่อสู้คดี

ทว่าโชคชะตาช่างกลั่นแกล้งแถมเล่นตลกกับครอบครัววาร์ดเหลือเกิน เมื่อเจอขบวนการต้มตุ๋นรวมหัวกันตั้งแต่เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม

เจ้าหน้าที่ที่ดิน ทนายความ นายธนาคาร บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมหัวกันฉ้อโกงจนกลายเป็นคนหมดเนื้อหมดตัว

 

เจสซี่ วาร์ด

 

เจสซี่ เล่าย้อนถึงช่วงชีวิตที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นว่า ตอนนั้นเธอยังคงเป็นเพียงเด็กน้อยอายุแค่เพียง 14 ปี

ที่ลุกขึ้นมาช่วยคุณพ่อไม่ให้ต่อสู้โดยลำพัง โดยใช้ช่องทางของโลกโซเชียล ตั้งเพจชื่อ Justice for Jessie

เพื่ออัดคลิปและคอยอัปเดตเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับคดีเพื่อทวงคืนความยุติธรรมขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้

แม้ว่าภาษาไทยของเธอไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก แต่เธอก็ถูๆ ไถๆ อัดคลิปเรียกร้องความยุติธรรม

“ตอนนั้นก็ช่วยพ่อทุกอย่าง ตั้งแต่อัดคลิปเรียกร้องความเป็นธรรมในโซเชียล ตระเวนไปตามหน่วยงานราชการเพื่อขอความช่วยเหลือ

เขียนป้ายไปชูประท้วงหน้าสถานที่ต่างๆ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม เพราะเป็นความหวังสุดท้ายที่เราพอจะทำได้

ซึ่งสุดท้ายก็มีคนยื่นมือเข้ามาช่วย แม้จะไม่ได้ทั้งหมดแต่อย่างน้อยก็ทำให้มีกำลังใจสู้ต่อไป”

ข้างนอกสดใส ภายในสุดเศร้า!!

การต่อสู้ที่เนินนาน เงินเก็บที่เหลืออยู่ของโคลินเริ่มร่อยหรอ วันหนึ่งที่พ่อลูกได้นั่งคุยกัน ทำให้ทราบถึงฐานะครอบครัว

เธอจึงตัดสินใจหนีออกจากโรงรียนประจำที่จังหวัดชลบุรีมาเร่รับจ้างทำงานทุกอย่างตั้งแต่ล้างจาน เสิร์ฟอาหารในคาเฟ่ นั่งดริ๊ง ร้องเพลง

“พ่อโทรมาบอกว่าพ่อไม่มีเงินแล้ว คงไม่มีเงินส่งเรียนต่อในระดับสูงๆ แถมยังมีหนี้สินติดตัวจำนวนมาก เจสซี่ไม่อยากเป็นภาระของพ่อ

นี่คือเหตุผลที่ต้องหนีออกจากโรงเรียนมาทำงานทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงตัวเอง และครอบครัว” ขวัญใจชาวโซเชียลบอกสาเหตุที่ทำให้ต้องทิ้งการเรียนกระทันหัน

แม้จะรู้ว่าพ่อจะเสียใจกับการหนีออกจากโรงเรียนแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เจสซี่ยังคงวิ่งเข้า-ออก ทำงานคาเฟ่นานหลายปี

“จริงๆ แล้ว งานเสิร์ฟอาหาร-ล้างจาน มันได้เงินไม่กี่ตังค์หรอกค่ะ 100-200 บาทต่อวันเท่านั้น ก็แค่พอเลี้ยงตัวเองได้

แต่พอทำไปนานๆ ก็ได้มานั่งดริ้ง (เด็กชงเหล้า และนั่งคุยเป็นเพื่อนแขก) แล้วก็ร้องเพลง ตรงนี้ก็ได้เงินมากหน่อย

วันไหนโชคดีก็ได้เงินพันกว่าบาท นอกจากเอาเงินมาใช้เองแล้วยังเหลือพอส่งให้พ่อกับน้องชายบ้าง ซึ่งทุกครั้งที่ส่งเงินให้พ่อ

เจสซี่รู้ว่าพ่อไม่อยากรับเงินจากเจสซี่เท่าไหร่ แต่เจสซี่ก็ต้องขอร้องพ่อให้รับไว้ เรารู้ว่าเค้าเสียใจที่เจสซี่ทำงานตามผับตามบาร์ในเวลากลางคืน

 

เจสซี่ วาร์ด

 

แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเหตุการณ์กำหนดให้ครอบครัวเราต้องพบเจอกับโชคชะตาแบบนี้ เจสซี่ก็ได้แต่ถือว่าเป็นเวรเป็นกรรมที่เราต้องชดใช้ค่ะ”

ดราม่าซ้อนดราม่า…เกือบเสียตัวให้แท็กซี่

มรสุมชีวิตของนางแบบสาวคนดัง ยังไม่จบ เพราะหลังจากที่พ่อถูกโกงจนสิ้นเนื้อประดาตัว ครอบครัวแตกแยก

จนเธอต้องออกมาทำงานเผชิญโลกเพียงลำพัง วันหนึ่งได้ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าชื่อดังใน จ.ชลบุรี กับเพื่อน

เมื่อถึงเวลาก็แยกย้ายกันกลับบ้านโดยเธอเองเรียกแท็กซี่ให้มาส่งที่บ้าน ระหว่างทางเธอรู้สึกมึนหัว

จึงเอ่ยขอยาดมจากคนขับ เมื่อรับมาดมก็หมดสติ มารู้สึกตัวอีกครั้งก็มาอยู่ที่โรงแรมม่านรูดแล้ว

วินาทีที่รู้สึกตัว เจสซี่บอกว่า ตอนนั้นเธอได้แต่นอนอยู่นิ่งๆ ไม่ให้คนร้ายรู้สึกตัวว่าเธอฟื้นแล้ว เพียงไม่นานคนร้ายก็เดินไปเข้าห้องน้ำ

จากนั้นเธอจึงรีบลุกไปหยิบโทรศัพท์แล้วโทรบอกเพื่อน ให้รู้ว่าถูกฉุดมา โดยเจสซี่ยืนยันว่าเหตุที่ไม่วิ่งหนีออกไปเอง

ก็เพราะกลัวว่าถ้าวิ่งหนีแล้วคนร้ายจะตามทัน จึงเลือกวิธีให้เพื่อนที่อยู่ใกล้ที่สุดมาช่วย เมื่อหนีออกมาได้แล้ว จึงรีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้ทันท่วงที

“ยอมรับนะคะว่าน้อยใจในโชคชะตา ถามตัวเองมาตลอดทำไมต้องเป็นแบบนี้ จากที่พ่อเราเคยรวยมาก กลายมาเป็นไม่มีอะไรเลย

แถมหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็มีแต่เรื่องให้เสียใจ แต่หนูก็ไม่เคยท้อนะคะ หนูแค่รู้สึกเหนื่อยมากกว่า

ทุกอย่างเป็นเหมือนบทเรียน บททดสอบ ผ่านเข้ามาให้ได้เรียนรู้แล้วก็สู้กับมัน พยายามคิดแค่ว่าทุกอย่างมันเป็นเวรกรรม คิดเท่านี้เพื่อให้ตัวเองนั้นสบายใจค่ะ”

พบรักแฟนทอมในโลกออนไลน์

เจสซี่ ออกมาใช้ชีวิตบนเส้นทางอาชีพด้วยการทำงานในคาเฟ่ พร้อมกับอยู่เคียงข้าง “พ่อ” เพื่อต่อสู้คดีอย่างต่อเนื่อง

ตลอดเวลามีคนแวะเวียนเข้า-ออกชีวิตเธอมากมาย หนึ่งในนั้นก็มี นุช-นุชนาฎ อุดม สาวทอมหน้าตาดีที่ได้ทราบเรื่องราวของเธอผ่านทางโลกออนไลน์

และคอยตามติดชีวิตสาวลูกครึ่งนัยตาน้ำข้าวอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ สุดท้ายทนเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองไม่ไหว

สาวทอมจึงเป็นฝ่ายทักแชตหญิงสาวไป จนก่อเกิดเป็นความรักความเข้าใจ และกำลังใจที่ดีต่อกันและกัน

“เจสซี่เจอนุชในเฟสค่ะ คุยกันแล้วถูกใจ เวลาที่เราท้อแท้เค้าเป็นกำลังใจที่ดีให้เจสซี่คอยอยู่ใกล้ๆ คอยให้คำแนะนำทุกอย่างทั้งเรื่อง

เสื้อผ้า-หน้า-ผม พฤติกรรม และมารยาทค่ะ ด้วยความที่เราออกมาใช้ชีวิตเองตั้งแต่เด็ก ไม่ได้มีผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำ

บางทีเจสซี่ก็จะลืมตัว ชอบทำตัวเป็นเด็กๆ เอาแต่ใจตัวเอง เวลาจะทำอะไรก็ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง พอมีนุชเข้ามาช่วยดูแล

ก็ทำให้เราได้โตขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น รวมถึงแนะนำให้เสริมสวยด้วยการไปทำจมูกด้วย (หัวเราะ) รวมถึงนุชยังคอยช่วยวางแผนชีวิตให้เจสซี่ทุกอย่าง”

นางแบบสาวพูดจบก็ส่งสายตาหวานไปยังสาวทอมคู่ใจที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะแตะแขนแนะนำให้แฟนสาวหล่อของเธอให้รู้จักเรา

สาวหล่อยิ้มทักทายก่อนจะเริ่มบอกว่า ตอนนี้ตัวเขาเองนั้นมีธุรกิจขายครีมทาหน้าเป็นของตัวเอง เมื่อมีเวลาว่างก็จะเข้ามาช่วยดูงานและรับงานให้แฟนสาวลูกครึ่ง

“ที่เข้ามาช่วย เพราะหลายครั้งที่เจสซี่เค้ายังมีอารมณ์เป็นเด็กฮะ ทั้งการพูดตลอดจนความคิดของเค้ายังเป็นเด็กมาก

ต้องค่อยๆเตือน ค่อยๆ สอนเค้า ช่วยตัดสินใจในบางเรื่อง อย่างตอนนี้น้องมีงานถ่ายแบบ โชว์ตัวตามผับ นุชก็เข้ามาช่วยดูช่วยรับงาน

ว่าถ่ายแบบอย่างนี้ควรจะได้ค่าตัวเรทเท่าไร ไปโชว์ตัวตามผับก็ควรแค่โชว์ตัวเท่านั้น เงินที่ได้ก็ให้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ให้พ่อโคลีนส่วนหนึ่ง

ที่เหลืออีกส่วนให้เจสซี่นำเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของเจสซี่เองเก็บไว้ใช้เวลาที่จำเป็น ส่วนเราไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเงินของเค้า

เพราะเราเองก็มีงานของเรามีรายได้ของเราเองไม่ได้มาเกาะน้องเค้าอย่างที่เป็นข่าวแน่นอน” นุชกล่าว

เจสซี่อธิบายเพิ่มเติมว่า “จริงๆ แล้วนุชไม่อยากให้เจสซี่ทำงานกลางคืน งานคาเฟ่ แต่โชคดีที่ช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

มีพี่ที่รู้จักคนหนึ่ง เค้าชวนไปถ่ายแฟชั่นลงเฟซบุ๊ค ได้ค่าตัวมา 3 พันบาท มีคนติดตามเยอะและได้รับเสียงตอบรับดีมีคนแชร์

และเข้ามาคอมเม้นท์ในรูปที่เราเป็น นางแบบกันจำนวนมาก ทำให้เราพอมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง แต่งานถ่ายแบบลักษณะนี้ก็ยังไม่ค่อยฮือฮานัก

ตอนหลังพี่ที่ชวนมาถ่ายแบบคนเดิมก็แนะนำให้เราลองเปลี่ยนแนวลองมาถ่ายแบบเซ็กซี่ ใส่ชุดว่ายน้ำทั้งวันพีช ทูพีช โชว์เนื้อหนัง ปรากฏว่า

ภายหลังจากที่แฟชั่นเซ็ตชุดว่ายน้ำปล่อยออกไป มีแต่คนชื่นชอบ และเข้ามากดติดตามเราทั้งในเฟซบุ๊คและ อินสตราแกรมเยอะมาก

จนมียอดฟอลโล่หลักล้าน หลังจากนั้นก็มีคนติดต่อให้ไปถ่ายแบบเซ็กซี่ และรับงานโชว์ตัวตามผับหลายงาน ตอนนั้นเองเราเลยรู้ว่าใช่แล้ว!

ทางนี้น่าจะเหมาะกับเราที่สุด และมันก็ถือเป็นอาชีพสุจริตที่ทำให้เรามีเงินสามารถเลี้ยงตัวเองเลี้ยงพ่อและน้องได้ ตั้งแต่นั้นมาจึงตัดสินใจรับงานถ่ายแบบเซ็กซี่ทั่วไปค่ะ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *