มิชาเอล ชูมัคเกอร์

มิชาเอล ชูมัคเกอร์

 

มิชาเอล ชูมัคเกอร์

 

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อเต็ม : มิชาเอล ชูมัคเกอร์
วันเกิด : 3 มกราคม 1969
สถานที่เกิด : เมืองฮูร์ท-เฮอร์มุลไฮม์ (ใกล้กับนครโคโลญจ์ ประเทศเยอรมนี)
สัญชาติ : เยอรมนี
สังกัด : จอร์แดน (1991), เบเนตอง (1991-1995), เฟอร์รารี่ (1996-2006)
แข่งขันครั้งแรก : เบลเยี่ยม กรังปรีซ์ 1991

มิชาเอล ชูมัคเกอร์ (Michael Schumacher, 3 มกราคม ค.ศ. 1969- ) เป็นนักแข่งรถสูตรหนึ่งชาวเยอรมัน

เขาเป็นนักแข่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ได้รับชัยชนะมากครั้งที่สุด และได้ตำแหน่งแชมป์โลกรถสูตรหนึ่งติดต่อกันเป็นสมัยที่ 7

ในปีค.ศ. 2004 ประมาณกันว่าเขาทำรายได้สูงถึง 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งรายได้จากกิจกรรมต่างๆ

ที่รวมไว้ในสัญญาเป็นนักขับให้กับทีมเฟอร์รารี่ รายได้มหาศาลส่วนหนึ่งมาจากสัญญาที่เขาทำกับบริษัทที่ปรึกษานักลงทุนของเยอรมนี (Deutsche Verm?gensberatung)

ที่ยอมจ่ายให้กับชูมัคเกอร์สูงถึง 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้เขาสวมหมวกนักแข่งที่มีสัญลักษณ์ของบริษัทขนาด 4 นิ้วติดอยู่

ช่วงต้นของชีวิต

มิชาเอล ชูมัคเกอร์ เกิดที่เมืองฮูร์ท-เฮอร์มุลไฮม์ (ใกล้กับนครโคโลญจ์ ประเทศเยอรมนี) เขาเริ่มแข่งรถคาร์ทบนสนามที่บิดาสร้างขึ้นเองในบ้านตั้งแต่อายุสี่ขวบ

บิดาของเขา โรล์ฟ ชูมัคเกอร์ เป็นผู้จัดการสนามแข่งรถคาร์ทของท้องถิ่น (ตั้งอยู่ที่เมืองเคอร์เพน บ้านเกิดของชูมัคเกอร์)

เขาได้รับใบขับขี่ เมื่ออายุสิบสองปี และได้เริ่มเข้าร่วมการแข่งขันในทันที ในระหว่างปีค.ศ. 1984 และ ค.ศ. 1987

มิคาเอลชนะการแข่งขันรถคาร์ทในเยอรมนีและในทวีปยุโรปหลายรายการ รวมทั้งการแข่งขันฟอร์มูลาโคนิคซีรีย์

ในปีค.ศ. 1988 ชูมัคเกอร์เข้าแข่งขันในรายการฟอร์มูลาฟอร์ดซีรีส์ และในอีกสองปีต่อมาก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันรถสูตรสามของเยอรมนี

ซึ่งเขาชนะการแข่งขันในปีค.ศ. 1990 ในปีค.ศ. 1991 เขายังคงเป็นดาวรุ่งในวงการรถแข่ง และได้เข้าร่วมโครงการแข่งรถเยาวชนของเมอร์เซเดส-เบนซ์

ในการแข่งขัน เวิลด์ เอนดูแรนซ์ แชมเปียนชิพชนะการแข่งขันในกรุงเม็กซิโกซิตี้และที่ออโตโพลิส โดยการเป็นนักแข่งให้กับทีม

เซาเบอร์-เมอร์เซเดส-เบนซ์ C291 เขายังได้เข้าแข่งในรายการฟอร์มูลา 3000 ของญี่ปุ่น รวมทั้ง รายการเยอรมันทัวริงคาร์เป็นเวลาสั้นๆ ในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1990

เริ่มแข่งรถสูตรหนึ่ง

ชูมัคเกอร์ที่อินเดียนาโพลิส ปีค.ศ. 2004ชูมัคเกอร์ได้เข้าร่วมการแข่งขันรถสูตรหนึ่งครั้งแรกในรายการ เบลเยียมกรังปรีซ์ ในปีค.ศ. 1991

ในฐานะนักแข่งตัวสำรองให้กับแบร์ทรอง กาโชต์ที่ถูกจำคุก (ด้วยความผิดข้อหาพ่นสเปรย์ก้าซ CS ใส่หน้าคนขับรถแท็กซี่ในกรุงลอนดอน)

เอ็ดดี้ จอร์แดน ได้เซ็นสัญญากับชูมัคเกอร์ให้เข้าร่วมทีมแข่งรถจอร์แดน ในรายการเบลเยียมกรังปรีซ์

ซึ่งชูมัคเกอร์ก็ทำให้ทุกคนประหลาดใจด้วยการควอลิฟายได้เป็นอันดับเจ็ด ในฐานะนักขับมือหนึ่งของรถสูตรหนึ่งรายการแรกของชีวิต

ต่อมาเขาก็ได้เข้าร่วมทีมเบเนตอง-ฟอร์ดในการแข่งขันครั้งต่อมา และได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันมากล้นในทันที

ในปีถัดมา (ค.ศ. 1992) เขาก็ชนะการแข่งขันรถสูตรหนึ่งรายการแรกที่เบลเยียมกรังปรีซ์ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม และได้อันดับที่สามในการจัดอันดับนักแข่งของรายการ

ชูมัคเกอร์ชนะการแข่งขันรถสูตรหนึ่งเป็นฤดูกาลแรกในฐานะนักแข่งทีมเบเนตอง เมื่อปีค.ศ. 1994

ซึ่งเป็นฤดูกาลที่น่าตื่นเต้นและมีการขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด เขาเอาชนะการแข่งขันในสี่สนามแรกของฤดูกาลได้ และชนะการแข่งขันรวมทุกครั้งในเจ็ดครั้งแรก

แต่ในการแข่งขันสนามท้ายๆ เดมอน ฮิลล์คู่แข่งในขณะนั้น มีอันดับนักแข่งจ่อหลังชูมัคเกอร์มาติดๆ

อันเนื่องมาจากชูมัคเกอร์ต้องออกจากการแข่งขันในบริติชกรังปรีซ์ และเบลเยียมกรังปรีซ์ ชูมัคเกอร์มีคะแนนนำเดมอน

ฮิลล์เพียงคะแนนเดียวก่อนเริ่มการแข่งขันในสนามสุดท้ายของฤดูกาลที่ออสเตรเลีย แต่ชูมัคเกอร์ก็สามารถคว้าตำแหน่งแชมป์

ของฤดูกาลไปได้หลังจากขับรถชนรถของเดมอน ฮิลล์ ซึ่งทำให้ทั้งคู่ต้องออกจากการแข่งขัน

อย่างไรก็ดี ชูมัคเกอร์สามารถป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกไว้ได้อย่างงดงามในฤดูกาลปีค.ศ. 1995

โดยมีคะแนนรวมทิ้งห่างนักแข่งอันดับที่ 2 (คือ เดมอน ฮิลล์ อีกครั้ง) อยู่ถึง 30 คะแนน ชูมัคเกอร์กับจอห์นนี่ เฮอร์เบิร์ต

เพื่อนร่วมทีมได้ช่วยกันผลักดันให้ทีมเบเนตองชนะการแข่งขันในระดับทีมได้เป็นสมัยแรกและสมัยเดียว

ในสองฤดูกาลแรกที่ชูมัคเกอร์เข้าแข่ง เขาชนะการแข่งขัน 17 สนาม ได้ขึ้นโพเดียม 21 ครั้ง ได้ตำแหน่งโพล 10 ครั้ง

และในการแข่งขันทั้งหมด 31 ครั้ง มีเพียงครั้งเดียวที่เขาควอลิฟายเพื่อออกสตาร์ทได้ต่ำกว่าอันดับที่ 4

 

มิชาเอล ชูมัคเกอร์

 

เข้าร่วมทีมเฟอร์รารี่

ชูมัคเกอร์ที่อินเดียนาโพลิส ปีค.ศ. 2005ในปีค.ศ. 1996 มิคาเอลได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมแข่งรถเฟอร์รารี่

ซึ่งในขณะนั้นนับว่าเป็นการตัดสินใจที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเฟอร์รารี่ไม่ได้ชนะมานานแล้ว (ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่มีฐานในอิตาลีรายนี้ไม่ได้ชนะมาเป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษแล้ว)

หลังจากการก่อร่างสร้างตัวสองสามปี ชูมัคเกอร์ได้ช่วยให้เฟอรร์ารี่ได้แชมป์โลกในส่วนของผู้ประกอบรถยนต์ในปีค.ศ. 1999

อย่างไรก็ดี ความฝันที่จะได้เป็นแชมป์โลกนักขับอีกครั้งของเขาในปีนั้นต้องพังทลายลง ในระหว่างการแข่งขันบริติช กรังปรีซ์

เมื่อรถของเขาประสบอุบัติเหตุชนยับ ทำให้ขาเขาหักและต้องพลาดการแข่งขันอีกหกสนามต่อมา

แต่มิคาเอลก็ได้ทวงความสำเร็จของเขาคืนมาอีกครั้งในปีค.ศ. 2000 ด้วยการได้แชมป์โลกนักขับเป็นสมัยที่สาม

(และเป็นแชมป์โลกนักขับคนแรกของทีมเฟอร์รารี่ นับตั้งแต่โจดี้ เชคเตอร์ได้ตำแหน่งนี้ในปีค.ศ. 1979)

ชูมัคเกอร์ประสบอุบัติเหตุสกีล้มจนศีรษะกระแทกกับหินที่เทือกเขาแอลป์เมื่อปี 2013 ทำให้ต้องนอนรักษาตัวมาจนถึงเวลานี้

และไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชนอีกเลย ท่ามกลางข่าวลือมากมายเกี่ยวกับสุขภาพของเจ้าตัว

ล่าสุดรายงานระบุว่าอดีตยอดนักซิ่งรายนี้ถูกนำตัวมายังโรงพยาบาลชอร์ชส์-ปอมปิดู ในกรุงปารีส เพื่อเข้ารักษากับ ฟิลิป เมนาส์เช

แพทย์ชื่อดังชาวฝรั่งเศส ผู้ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ได้สำเร็จครั้งแรกของโลกให้ผู้ป่วยที่สภาวะหัวใจล้มเหลวเมื่อปี 2014

รายงานยังเผยอีกว่าที่จริงแล้วชูมัคเกอร์ถูกนำตัวมารักษากับเมนาส์เชถึง 2 รอบในปีที่แล้ว โดยมากับเฮลิคอปเตอร์พร้อมทีมแพทย์ แถมยังลงทะเบียนคนไข้ด้วยชื่อปลอมอีกด้วย

สำหรับชูมัคเกอร์วัย 50 ปี แข่งขันเอฟวัน 2 ช่วงในปี 1991-2006 และ 2010-12 โดยเคยคว้าแชมป์โลกได้ถึง 7 สมัย

ในปี 1994, 1995, 2000, 2001, 2002, 2003, 2004 และได้แชมป์สนามอีก 91 ครั้ง

การคว้าทายาทของ “มิชาเอล ชูมัคเกอร์” เข้าสังกัดในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการนำลูกชายตำนานนักขับชื่อก้องชาวเยอรมันเข้าสู่ทีมแล้ว

ยังเป็นการเอาชนะทีมคู่ปรับอย่าง เมอร์เซเดส เอาฤกษ์เอาชัยก่อนเปิดซีซั่นใหม่อีกด้วย

เพราะตามหน้าสื่อที่ทราบก่อนหน้านี้ ทีมดาวสามแฉกเองก็เป็นอีกหนึ่งราย ที่หมายตาจ้องคว้า ชูมัคเกอร์จูเนียร์

ไปปั้นเป็นนักขับประจำทีมด้วยเช่นกัน  และแน่นอนว่า การได้ตัว มิค ชูมัคเกอร์ เข้ามาอยู่ในอะคาเดมีของเฟอร์รารี ย่อมสร้างความยินดีปรีดาให้กับหลายฝ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว

เริ่มตั้งแต่ เซบาสเตียน เวทเทล ยอดนัดขับชาวเยอรมัน ได้ออกมาเสนอตัวเป็นที่ปรึกษาให้กับรุ่นน้องร่วมชาติทันทีที่ทราบข่าว

พร้อมเชื่อว่าเจ้าหนูวัย 19 ปีรายนี้ จะสามารถขึ้นมาทดแทนตำแหน่งของตัวเองได้อย่างแน่นอน ในสักวันที่ประกาศอำลาสนาม

ขณะที่ ลุยจิ มาซโซลา วิศวกรรุ่นเดอะชาวอิตาเลียน ซึ่งเคยทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้เป็นพ่อ ระบุว่า

หนุ่ยน้อยหน้ามนรายนี้ตัดสินใจถูกแล้ว ที่เลือกเดินเข้าสู่ศูนย์พัฒนานักซิ่งของเฟอร์รารี เพราะนอกจากฝีมืออันยอดเยี่ยม

ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วก่อนหน้านี้ในระดับ F3-F4 ทรัพยากรต่างๆ ในระบบของทีมม้าลำพอง ยังเอื้อต่อการพัฒนาฝีมือให้เจ้าตัว สามารถก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักขับในอนาคตได้อีกด้วย

ว่ากันตามตรง ชีวิตของเจ้าหนูมิค แม้จะเพรียบพร้อมด้วยอะไรหลายอย่าง ซึ่งผู้เป็นพ่อและแม่ปูทางไว้ให้

แต่การเดินทางเข้าสู่สังเวียนสายความเร็ว คือสิ่งที่เจ้าตัวเลือกเอง และ ภูมิใจกับมันมากครั้งหนึ่งเมื่อปี 2017 มิค ชูมัคเกอร์

เคยกล่าวกับสื่อมวลชนได้ว่า พ่อของเขาเป็นทั้ง “Idol” และ “Role Model” ของตัวเอง ซึ่งคำสองคำนี้แหละครับ คือเหตุผลของทั้งหมดทั้งมวลในชีวิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *