ประวัติ ดเวย์น จอห์นสัน

ประวัติ ดเวย์น จอห์นสัน

 

ประวัติ ดเวย์น จอห์นสัน

 

ประวัติ ดเวย์น จอห์นสัน

แทบจะกลายเป็นธรรมเนียมในช่วงปีหลังๆ ที่เราจะได้เห็นหน้าดุๆ และกล้ามล่ำๆ ของ ดเวย์น จอห์นสัน อดีตนักมวยปล้ำชื่อดังเจ้าของฉายา ‘เดอะ ร็อก’

ที่ผันตัวมาเป็นนักแสดงปีละ 2-3 เรื่องเป็นอย่างต่ำ จากจุดเริ่มต้นในปี 2001 กับบทบาทในเรื่อง The Mummy Returns

เพียงไม่กี่นาที เขาค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์และรอโอกาสที่เหมาะสมอยู่เกือบ 10 ปี กว่าจะได้แจ้งเกิดแบบจริงๆ

กับบท เจ้าหน้าที่ฮ็อบส์ ใน Fast Five หลังจากนั้นก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครหยุดเขาได้อีกต่อไป และกลายเป็นนักแสดงที่มีรายได้มากที่สุดในโลกในปี 2016 ได้สำเร็จ

เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่ Rampage หนังเรื่องล่าสุดของเขากำลังจะเข้าฉายในวันที่ 12 เมษายนนี้ THE STANDARD

ขอพาทุกคนย้อนไปดูเส้นทางตั้งแต่วันแรกที่เขาลืมตาขึ้นมาดูโลก กว่าจะกลายมาเป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จ

ชีวิตของเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง และเส้นทางเหล่านั้นก็ได้บอกให้พวกเรารู้ว่าภายใต้มัดกล้ามเหล่านั้น ไม่เคยมีอะไรที่ได้มาอย่างง่ายดาย

พันธุกรรมมวยปล้ำเข้มข้นรุ่นที่ 3

วันที่ 2 พฤษภาคม 1972 หนุ่มน้อยผู้มีอนาคตเป็นนักมวยปล้ำระดับตำนานได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก พร้อมกับชื่อ ดเวย์น ดักลาส จอห์นสัน

เป็นลูกคนชายคนเดียวของ ร็อกกี้ จอห์นสัน ผู้ได้รับฉายา Soul Man มีดีกรีเป็นนักมวยปล้ำแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่คว้าแชมป์แบบแท็กทีมมาครองได้สำเร็จ

และถ้าย้อนไปอีกหนึ่งเจเนอเรชัน คุณตาของเขา ปีเตอร์ มายเวีย ก็เป็นนักมวยปล้ำเชื้อสายซามัว คุณยายลีอา มายเวีย

ก็เป็นถึงโปรโมเตอร์หญิงชื่อดังแห่งวงการมวยปล้ำ และยังมีความสนิทสนมกับครอบครัวอานัวอี (ครอบครัวชาวอเมริกัน-ซามัวที่ยึดกีฬามวยปล้ำเป็นอาชีพ)

ทำให้เด็กชายดเวย์นเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ช่วยหล่อหลอมความเป็นนักสู้แบบอัตโนมัติ

ยากจน นักเลงหัวไม้ และจุดเริ่มต้นชีวิตนักกีฬา

เนื่องจากความนิยมในกีฬามวยปล้ำยังไม่แพร่หลาย ทำให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวนักมวยปล้ำไม่ได้ดีอย่างที่คิด ถึงขนาดถูกไล่ออกจากบ้านที่อาศัยอยู่มาแล้ว

เขาต้องย้ายที่อยู่เพื่อตามคุณพ่อไปแข่งในที่ต่างๆ และพ่อก็ไม่ได้มีเวลาดูแลเขามากนัก ทำให้เด็กชายดเวย์นในวัย 14 ปี

เริ่มคิดที่จะดูแลตัวเองและแม่ด้วยการรวมกลุ่มเพื่อนออกตระเวนฉกชิงวิ่งราวเพื่อนำทรัพย์เหล่านั้นไปขาย จนการขึ้นโรงขึ้นศาลกลายเป็นเรื่องปกติในเวลานั้น

จนกระทั่งอายุ 16 ปี ประตูแห่งโอกาสบานแรกเริ่มเปิดออก อาจจะด้วยยีนของนักกีฬามวยปล้ำที่อัดแน่นอยู่ในตัว

ทำให้ร่างกายของเขาพัฒนานำเพื่อนๆ ไปไกลด้วยส่วนสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว และน้ำหนัก 225 ปอนด์

จนกระทั่งคุณครูประจำโรงเรียนเห็นแวว และชวนให้เขาเริ่มเล่นกีฬาอเมริกันฟุตบอล ด้วยนิสัยก้าวร้าวดุดัน

และร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักอเมริกันฟุตบอลดาวรุ่งที่น่าจับมองในเวลานั้นทันที

เขาตัดสินใจเข้าร่วมทีม Miami Hurricanes ของมหาวิทยาลัยไมอามี ในตำแหน่ง Defensive Lineman พร้อมกับสถิติแท็กเกิลสำเร็จ 77

ครั้งในการลงสนาม 39 เกม และพาทีมคว้าแชมป์ระดับประเทศในปี 1991 ได้สำเร็จ เส้นทางในสนามหญ้าของเขาดูเหมือนสดใส

แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ ทำให้เขาไม่ได้ไปต่อในการดราฟต์ตัวผู้เล่นศึกคนชนคน NFL และต้องไปเล่นให้ทีม Calgary Stampede

ที่ประเทศแคนาดา ใช้เวลาเพียง 2 เดือน ก่อนจะได้รับคำตอบว่าความฝันของเขาในวงการอเมริกันฟุตบอลจบลงเพียงเท่านี้

ดเวย์นในวัย 26 ปี ใช้เวลาไม่นานก็ครองใจแฟนมวยปล้ำทั้งโลกได้สำเร็จ และคว้าแชมป์ WWE (World Wrestling Entertainment)

เป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้น (ก่อนจะถูก บร็อก เลสเนอร์ ทำลายสถิติด้วยอายุ 25 ปี)

 

ดเวย์น จอห์นสัน

 

ด้วยทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง บุคลิกที่น่าจดจำ (ทำหน้าถมึงทึงและเลิกคิ้วขวาข้างเดียว) มีท่าไม้ตายเฉพาะตัวอย่าง Rock Bottom

และ People’s Elbow (ท่าศอกมหาชนที่เด็กผู้ชายในยุคนั้นต้องเคยเลียนแบบแน่นอน) รวมทั้งทักษะการเอ็นเตอร์เทนคนดูที่เร้าใจ

ทำให้เขาได้รับฉายา The People’s Champ มาครองได้อย่างรวดเร็ว ตลอดระยะเวลา 9 ปีในอาชีพมวยปล้ำของดเวย์น

เขาเคยเป็นแชมป์โลก 9 สมัย โดยคว้าแชมป์โลกของ WWE มาได้ 7 สมัย และคว้าแชมป์โลก WCW (World Championship Wrestling)

มาได้ 2 สมัย รวมไปถึงแชมป์อื่นๆ ได้แก่ แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล 2 สมัย, แชมป์โลกแท็กทีมของ WWE 5 สมัย และเป็นผู้ชนะใน The Royal Rumble ในปี 2000

ดเวย์น จอห์นสัน ชีวิตที่พลิกจากนักเลง นักกีฬา นักมวยปล้ำ สู่หนึ่งในนักแสดงรายได้สูงสุดของโลก

แทบจะกลายเป็นธรรมเนียมในช่วงปีหลังๆ ที่เราจะได้เห็นหน้าดุๆ และกล้ามล่ำๆ ของ ดเวย์น จอห์นสัน อดีตนักมวยปล้ำชื่อดังเจ้าของฉายา ‘เดอะ ร็อก’ ที่ผันตัวมาเป็นนักแสดงปีละ 2-3 เรื่องเป็นอย่างต่ำ

จากจุดเริ่มต้นในปี 2001 กับบทบาทในเรื่อง The Mummy Returns เพียงไม่กี่นาที เขาค่อยๆ

สั่งสมประสบการณ์และรอโอกาสที่เหมาะสมอยู่เกือบ 10 ปี กว่าจะได้แจ้งเกิดแบบจริงๆ กับบท เจ้าหน้าที่ฮ็อบส์ ใน Fast Five

หลังจากนั้นก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครหยุดเขาได้อีกต่อไป และกลายเป็นนักแสดงที่มีรายได้มากที่สุดในโลกในปี 2016 ได้สำเร็จ

เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่ Rampage หนังเรื่องล่าสุดของเขากำลังจะเข้าฉายในวันที่ 12 เมษายนนี้ THE STANDARD

ขอพาทุกคนย้อนไปดูเส้นทางตั้งแต่วันแรกที่เขาลืมตาขึ้นมาดูโลก กว่าจะกลายมาเป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จ

ชีวิตของเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง และเส้นทางเหล่านั้นก็ได้บอกให้พวกเรารู้ว่าภายใต้มัดกล้ามเหล่านั้น ไม่เคยมีอะไรที่ได้มาอย่างง่ายดาย

พันธุกรรมมวยปล้ำเข้มข้นรุ่นที่ 3

วันที่ 2 พฤษภาคม 1972 หนุ่มน้อยผู้มีอนาคตเป็นนักมวยปล้ำระดับตำนานได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก พร้อมกับชื่อ ดเวย์น ดักลาส จอห์นสัน

เป็นลูกคนชายคนเดียวของ ร็อกกี้ จอห์นสัน ผู้ได้รับฉายา Soul Man มีดีกรีเป็นนักมวยปล้ำแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่คว้าแชมป์แบบแท็กทีมมาครองได้สำเร็จ

และถ้าย้อนไปอีกหนึ่งเจเนอเรชัน คุณตาของเขา ปีเตอร์ มายเวีย ก็เป็นนักมวยปล้ำเชื้อสายซามัว คุณยายลีอา มายเวีย

ก็เป็นถึงโปรโมเตอร์หญิงชื่อดังแห่งวงการมวยปล้ำ และยังมีความสนิทสนมกับครอบครัวอานัวอี (ครอบครัวชาวอเมริกัน-ซามัวที่ยึดกีฬามวยปล้ำเป็นอาชีพ)

ทำให้เด็กชายดเวย์นเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ช่วยหล่อหลอมความเป็นนักสู้แบบอัตโนมัติ

ยากจน นักเลงหัวไม้ และจุดเริ่มต้นชีวิตนักกีฬา

เนื่องจากความนิยม ในกีฬามวยปล้ำยังไม่แพร่หลาย ทำให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวนักมวยปล้ำไม่ได้ดีอย่างที่คิด

ถึงขนาดถูกไล่ออกจากบ้านที่อาศัยอยู่มาแล้ว เขาต้องย้ายที่อยู่เพื่อตามคุณพ่อไปแข่งในที่ต่างๆ และ พ่อก็ไม่ได้มีเวลาดูแลเขามากนัก

ทำให้เด็กชายดเวย์นในวัย 14 ปีเริ่มคิดที่จะดูแลตัวเองและแม่ด้วยการรวมกลุ่มเพื่อนออกตระเวนฉกชิงวิ่งราวเพื่อนำ ทรัพย์เหล่านั้น ไปขาย จนการขึ้นโรงขึ้น ศาลกลายเป็นเรื่องปกติในเวลานั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *